Chapter 2
Sufficiency Economy and Economic, Social and Community Developments
Sufficiency Economy and Economic, Social and Community Developments
การพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง คือ อะไร
“เศรษฐกิจพอเพียง” (Sufficiency
Economy)
เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดรวมถึงการพัฒนาและบริหารประเทศ
ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ทางสายกลาง คำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล
การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ
และคุณธรรมประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานปรัชญานี้ให้แก่คนไทยมานานกว่า 25 ปีแล้ว
และรัฐบาลได้ถือเอาปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักในแผนพัฒนาเเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่
9 (พ.ศ. 2545 -2549) ดังนี้
1. การเปลี่ยนแปลง
(1) ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง
(2) การเปลี่ยนแปลงเกิดจากเหตุปัจจัย
- ทั้งเหตุปัจจัยภายนอกและเหตุปัจจัยภายใน
- ทั้งเหตุปัจจัยที่เราควบคุมได้และควบคุมไม่ได้
(3) การเปลี่ยนแปลงอาจปรากฎเป็นวงจร
- มีทั้งขาขึ้นและขาลง
- อะไรคือเหตุปัจจัยของขาขึ้น?
- อะไรคือเหตุปัจจัยของขาลง
?
- เราจะคาดหมายและควบคุมได้และควบคุมไม่ได้แค่ไหน ?
( 4) ในปัจุจบันและอนาคต การเปลี่ยนแปลงจะยิ่งเกิดผลกระทบที่เร็ว-
รุนแรงและกว้างขวาง
(5) ผลกระทบนั้นมีทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม
2. ปรัชญา
(1) แนวคิดหลักคือทางสายกลาง
(2) องค์ประกอบของความพอเพียง ได้แก่
ก.
ความพอประมาณ
ข.ความมีเหตุผล
ค.
ความจำเป็นที่ต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อัน
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก
3. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
(1) ต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ
โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี
และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต
(2) ให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม
- ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร
- มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ
(3) ในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ปฏิบัตินั้น “ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความ
รอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนำวิชาการต่าง ๆ
มาใช้ในการวางแผนและ
การดำเนินการทุกขั้นตอน”
4. การประยุกต์ใช้
(1) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานรูปแบบของ “ เกษตรทฤษฎีใหม่” ซึ่งตัวอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้
“ปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียง”
สำหรับเกษตรกรไทยที่มีที่ดินทำกินเพียงครอบครัวละ 15 ไร่
(2) การประยุกต์ใช้ปรัชญานี้ในด้านต่าง ๆ และระดับต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา
ด้านสาธารณสุขและอื่น ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ หากเอา
ศกพ. มาประยุกต์ใช้จะก่อให้เกิดผลดีต่อการดำเนินธุรกิจ
๗ ประการ
2.1 ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม คือ ราคาไม่แพง แต่ถูกหลักวิชาการมีขนาดการผลิตที่เหมาะสม
สอดคล้องกับความสามารถในการบริหารจัดการ
2.2 ไม่โลภจนเกินไป และไม่เน้นกำไรระยะสั้นเป็นหลัก
2.3 ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค
ลูกค้า แรงงาน และผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
2.4 เน้นการกระจายความเสี่ยงจากการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย
และปรับเปลี่ยนผลผลิตได้ง่าย
2.5
เน้นการบริหารความเสี่ยงต่ำไม่ก่อหนี้จนเกินขีดความสามารถในการบริหารจัดการ
2.6 เน้นการตอบสนองตลาดภายในท้องถิ่น
ภูมิภาค ตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ
ตามลำดับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น